บ้านใหม่-ตกแต่งบ้านอย่างไร

บ้านใหม่ เจ้าของขายเอง บ้านใหม่-ตกแต่งบ้านอย่างไร บ้านที่ทำออกมาขายในปัจจุบันมีแนวโน้มที่ขนาดจะเล็กลงเรื่อยๆ การปรับขนาดนี้มีสาเหตุมาจากที่ดินหายากขึ้นและมีราคาที่แพงขึ้น ทำให้บ้านที่ทำออกมาขายโดยเฉพาะในทำเลใจกลางเมืองต้องปรับผลิตภัณฑ์ที่จะทำออกมาขายใหม่ให้มีขนาดเล็กลง เพื่อให้ขายในราคาที่ลูกค้าพอจับต้องได้ คนที่อยากได้บ้านทำเลดีหน่อยก็ต้องยอมที่จะได้บ้านที่มีขนาดเล็กลง เมื่อบ้านเล็กลงพฤติกรรมของคนที่อยู่ในบ้านก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย เราไม่สามารถใช้ชีวิตในบ้านกว้างๆได้เหมือนแต่ก่อน จึงต้องใช้พื้นที่ใช้สอยที่มีอยู่อย่างจำกัดให้คุ้มค่าและตอบโจทย์ความต้องการให้ได้มากที่สุด ทำให้ผู้เขียนนึกถึงบ้านของชาวฮ่องกงและญี่ปุ่นที่มีขนาดเล็กมากๆ แต่การจัดพื้นที่ใช้สอยในบ้านของเค้านั้น จัดได้คุ้มค่าอย่างน่าทึ่ง มีการซ่อน เก็บ พับ และ ปรับห้องตามความความต้องการที่จะใช้สอย และเมื่อไม่ใช้ก็พับเก็บ ทำให้บ้านดูดี เรียบร้อย น่าอยู่ นั่นแสดงให้เห็นว่ามี “การวางแผน” และ “การออกแบบ” เป็นสิ่งที่สำคัญในบ้านที่มีขนาดเล็ก

 

Book09_2003

เมื่อเราซื้อบ้านมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ “การตกแต่ง” ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายแค่ไปเดินเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์มาวางก็จบแล้ว แต่การแต่งบ้านให้ออกมาดูดี อยู่สบายและใช้พื้นที่ได้คุ้มค่านั้น ต้องผ่านการคิดและการออกแบบมาพอสมควร โดยเฉพาะการแต่งบ้านหรือคอนโดมิเนียมที่มีขนาดเล็ก (ขอเรียกรวมๆว่าเป็นบ้านเล็กนะคะ) เนื่องจากบ้านเล็กนั้นมีพื้นที่จำกัด ในขณะที่ความต้องการของเราไม่ได้จำกัดตาม จึงเกิดปัญหาอยากจะใส่นู่นใส่นี่ แต่ไม่มีพื้นที่จะวาง ทำอย่างไรจึงจัดพื้นที่ให้ลงตัวมากที่สุด จากประสบการณ์การออกแบบภายใน หากมือใหม่หัดแต่งบ้านไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ให้ลองทำขั้นตอนในการแต่งบ้านที่สรุปได้เป็นหัวข้อง่ายๆตามนี้ดูค่ะ

กำหนดความต้องการ (REQUIREMENT)

การกำหนดความต้องการ คือ การที่เราคิดว่าอยากจะได้อะไรในบ้านหลังนี้บ้าง เช่น อยากได้ห้องอะไร มีฟังก์ชั่นการใช้งานอะไรบ้าง แต่ละห้องใช้เฟอร์นิเจอร์กี่ตัว ตกแต่งสไตล์ไหน เป็นต้น ความสำคัญของการคิดและวางแผนเอาไว้ก่อนว่าเราจะแต่งบ้านอย่างไร คือการป้องกันการ “ออกทะเล” ของผู้ตกแต่งบ้านมือใหม่ เช่น พอไปเดินเลือกเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งบ้านเกิดรู้สึกชอบก็เลยซื้อมา แต่พอเอามาวางในห้องแล้วมันไม่เข้าชุดกัน หรือไม่ได้วัดขนาดมาทำให้วางไม่พอดีกับพื้นที่ รวมถึงการซื้อของโดยไม่คำนึงถึงงบประมาณ ซึ่งรวมๆแล้วทำให้การแต่งบ้านของเรา ออกมาไม่ถูกใจผู้อยู่และทำให้งบประมาณ “บานปลาย” อย่างใช่เหตุ

 

ปัญหาของบ้านเล็กคือพื้นที่จำกัด

การกำหนดความต้องการนั้น เราสามารถใช้เป็นข้อมูลในการคุยกับสถาปนิก หรือ มัณฑนากรในกรณีที่จะจ้างผู้ออกแบบได้ด้วย หรือถ้าไม่จ้างก็เก็บเอาไว้ทำเป็น Check List เวลาเราแต่งบ้าน โดยสามารถทำได้ทั้งเขียนหรือร่างง่ายๆในกระดาษ หรือ ทำเป็น Presentation สวยงาม

อยากได้อะไรให้เขียนสรุปความต้องการลงในกระดาษ

Book09004

หรือร่างไอเดียคร่าวๆหารูปจากในเน็ตเอามาทำเป็น Presentation ไว้ใช้คุยกับสถาปนิกหรือเก็บเป็น Check List ในการแต่งบ้าน

วางแนวความคิด (IDEA CONCEPT)

เมื่อเรารู้ความต้องการเบื้องต้นของเราแล้วว่าอยากได้อะไรในบ้านบ้าง ก็เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการออกแบบ ในการออกแบบให้ออกมาสวยงามนั้น ขั้นแรกจะต้องมีการทำ IDEA CONCEPT หรือ การวางแนวความคิด ซึ่งจะช่วยเป็นตัวควบคุมให้เราแต่งบ้านออกมาในทิศทางเดียวกัน และสอดคล้องกัน โดยการวางแนวความคิด จะต้องคำนึงถึง แนวความคิดในการออกแบบ , สไตล์ , การใช้สีและบรรยากาศ , การใช้วัสดุ และ การเลือกเฟอร์นิเจอร์

Concept คืออะไร ??

ในการออกแบบนั้นจะต้องมี Concept ซึ่ง Concept หลายครั้งก็มีความหมายที่ค่อนข้างเป็นนามธรรม สรุปง่ายๆว่ามันคือ การตั้งโจทย์ให้ผู้ออกแบบทำตามนั้นเอง โดยมันจะมีความสำคัญตรงที่ทำให้งานออกแบบของเรามี “เอกลักษณ์”

ขอยกตัวอย่างง่ายๆเช่น ถ้าเรากำหนด Concept ว่า อยากทำบ้านเล็กๆของเราให้เหมือนรีสอร์ท เราก็ไปคิดต่อว่าจะเอาลูกเล่นอะไรมาใส่ให้ห้องของเราได้อารมณ์รีสอร์ทดี เช่น ใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติในการตกแต่ง , ออกแบบมีช่องแสงหรือหน้าต่างที่เปิดกว้างรับวิว เป็นต้น  การวาง Concept สามารถคิดได้ตั้งแต่การวางผังห้องไปจนถึงการเลือกของตกแต่ง

เมื่อเราคิด Concept ขึ้นมาได้แล้ว การทำให้มันออกมาเห็นภาพ สามารถใช้สื่อสารกับผู้อื่นได้ อาจจะทำในสิ่งที่เรียกว่า Material Board หรือ Mood&Tone Board

Material Board  คือการรวบรวมตัวอย่างวัสดุที่เราจะใช้ในห้องมาติดรวมกันในกระดานเอาไว้ใช้เป็นไอเดียในการตกแต่ง หรือคุยกับผู้รับเหมา

การออกแบบ

หลังจากที่เรารู้ว่าอยากจะได้อะไรให้บ้านบ้าง และอยากตกแต่งบ้านให้ออกมาในรูปแบบไหน ขั้นตอนต่อมาคือการออกแบบ ซึ่งก็คือการนำความต้องการ กับ แนวความคิดของเรามารวมร่างกลายเป็นบ้านในฝันของเรานี่เอง ต้องการออกแบบสามารถทำได้โดย

  • ออกแบบเอง วิธีนี้ค่อนข้างประหยัด แต่ท่านเจ้าของบ้านต้องอาศัยการทำการบ้าน และ เก็บข้อมูลมากพอสมควร โดยการทำวิธีที่แนะนำไปคือ การกำหนดความต้องการ และ การวางแนวความคิด ซึ่งถ้าอยากเห็นภาพห้องก็อาจจะเอามาวาดๆให้ออกเป็นภาพ Sketch หรือไปจ้างวานทำภาพ 3D เพื่อพอให้เห็นภาพคร่าวๆ วิธีนี้เหมาะกับบ้านที่มีขนาดเล็กที่เราไม่ต้องตกแต่งอะไรมากนัก  ข้อแนะนำคือถ้าคิดไม่ออกว่าจะแต่งอย่างไรให้ไปเดินตามบ้านตัวอย่าง ร้านเฟอร์นิเจอร์ต่างๆที่มีจัดเป็นมุมห้องต่างๆให้เราดูค่ะ
  • ให้ทางบริษัทเฟอร์นิเจอร์ออกแบบ ปัจจุบันมีร้านเฟอร์นิเจอร์ที่รับออกแบบวางผัง วางเฟอร์นิเจอร์ และทำออกมาเป็นแบบ 3D ให้ เราได้เห็นกันก่อนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการออกแบบ แต่มีข้อจำกัดบางอย่าง เช่นจะต้องใช้เฟอร์นิเจอร์ของเค้าเท่านั้นเป็นต้น

สำหรับใครที่กำลังหาฤกษ์สร้างบ้านหรือกำลังมองหาแบบบ้านชั้นเดียวในสไตล์โมเดิร์น ที่ดูทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่และผู้สูงอายุในเวลาเดียวกัน ต้องรีบส่องรายละเอียดของ 3 แบบบ้านเหล่านี้ ที่นอกจากจะใช้พื้นที่ในการก่อสร้างน้อยแล้ว ยังถูกดีไซน์ให้ตอบสนองความต้องการของคนอยากมีบ้านอย่างแท้จริง เมื่อรู้อย่างนี้แล้วอย่ามัวรอช้า รีบไปเก็บรายละเอียดของแบบบ้านชั้นเดียวดังกล่าวกันเลย

1. แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ที่มีจุดเด่นที่หลังคา

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น จุดเด่นที่หลังคา

ขนาดพื้นที่ใช้สอยของบ้าน: 186 ตร.ม.
พื้นที่ในการก่อสร้าง: 50 ตร.ว.
ภายในประกอบด้วย: 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 
งบประมาณการก่อสร้าง: 4 ล้านบาท

ประเดิมแบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์นหลังแรก ที่เรียกว่าเป็นรูปแบบบ้านยอดนิยมของคนที่อยากมีบ้านอยู่ในขณะนี้ เพราะทั้งมีความทันสมัยตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้ดีแล้ว ยังตอบโจทย์กลุ่มผู้สูงอายุด้วย เนื่องจากมีการดีไซน์ให้เป็นแบบบ้านชั้นเดียว ประกอบกับมีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างมากถึง 186 ตร.ม. อีกทั้งยังให้ความรู้สึกไม่อึดอัด เพราะหลังคาเป็นลักษณะลาดเอียง ทำให้เพดานส่วนหนึ่งของบ้านมีความสูง และเมื่อติดตั้งหน้าต่างกระจกบาน Fix จึงทำให้ดูโปร่งมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นข้อควรระวังของการใช้หน้าต่างบานกระจกทั้งฝาผนังฝนเมืองไทย คืออาจจะต้องเผชิญกับปรากฎการณ์บ้านร้อนได้ ดังนั้นกระจกที่ใช้ควรมีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนออกจากตัวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสีชา และหากมีการปลูกต้นไม้โดยรอบตัวบ้านเพิ่ม ยิ่งช่วยให้บ้านเย็นยิ่งขึ้นกว่าเดิม และสวยงามมากขึ้นเมื่อเงาของต้นไม้กระทบกับกระจก

2. แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ที่ได้ไอเดียมาจากโรงนา

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ที่ได้ไอเดียมาจากโรงนา

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ที่ได้ไอเดียมาจากโรงนา

ขนาดพื้นที่ใช้สอยของบ้าน: 217 ตร.ม.
พื้นที่ในการก่อสร้าง: 50 ตร.ว.
ภายในประกอบด้วย: 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 
งบประมาณการก่อสร้าง: 5 ล้านบาท

รูปแบบของบ้านหลังนี้ ได้แนวคิดในการออกแบบมาจากโรงนาของทางยุโรป โดยมีเอกลักษณ์ที่หลังคาทรงจั่วและ Terrace บริเวณด้านหน้าบ้าน ซึ่งมักจะถูกจัดสรรให้บริเวณพื้นที่นี้เป็นมุมพักผ่อนของครอบครัว บ้างจะนำโต๊ะ เก้าอี้มาจัดวาง หรืออาจเลือกชิงช้ามาเพิ่มสีสันให้กับบ้าน และอีกส่วนหนึ่งที่น่าสนใจคือพื้นที่หลังบ้าน ที่ถูกออกแบบให้มีโรงรถยื่นออกมา โดยสามารถจอดได้ 2 คัน ทั้งนี้ยังมีการออกแบบให้ส่วนของห้องครัวอยู่บริเวณด้านหลังบ้าน และมีพื้นที่ใช้สอยมากพิเศษ เนื่องจากออกแบบให้เป็นลักษณะของครัวเปิดและพื้นที่นั่งกินข้าวกับครอบครัวในบริเวณนี้ด้วย ทั้งนี้ข้อดีของห้องครัวขนาดใหญ่ จะช่วยให้เวลาทำอาหาร อากาศจะถ่ายเทสะดวก ทำให้ไม่มีกลิ่นอาหารฟุ้งในบ้าน ส่วนของห้องนอนจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง จึงทำให้สามารถตกแต่งจัดสรรส่วนของห้องนั่งเล่นได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากมีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น

3. แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น พิเศษด้วยจุดเข้า-ออกหลายช่องทาง

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น พิเศษด้วยจุดเข้า-ออกหลายช่องทาง

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น พิเศษด้วยจุดเข้า-ออกหลายช่องทาง

ขนาดพื้นที่ใช้สอยของบ้าน: 247 ตร.ม.
พื้นที่ในการก่อสร้าง: 58 ตร.ว.
ภายในประกอบด้วย: 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 
งบประมาณการก่อสร้าง: 5 ล้านบาท

ปิดท้ายรูปแบบบ้านชั้นเดียว ที่เรียกว่าโมเดิร์นและเป็นส่วนตัวในเวลาเดียวกัน เนื่องจากมีประตูเข้าออกหลายช่องทาง และประตูเหล่านี้จะเป็นลักษณะบานเลื่อน เพื่อทำให้ลมเข้าบ้านได้สะดวกมากขึ้น และถ่ายเทอากาศได้ดี ทั้งนี้จะสังเกตเห็นว่าตัวบ้านมีการดีไซน์ให้เป็นลักษณะรูปตัว L ทำให้มีพื้นที่หน้าบ้านเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ในครอบครัวได้มากขึ้น บางบ้านอาจจะประยุกต์เป็นมุมพื้นที่สวนหย่อมหน้าบ้านก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ดีทีเดียว โดยแบบบ้านชั้นเดียวหลังนี้ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นสัดส่วน ฝั่งซ้ายมือจะเป็นมุมห้องนอนมาสเตอร์ ตรงกลางเป็นพื้นที่ของห้องครัวและห้องนั่งเล่น ส่วนขวามือจะเป็นส่วนของห้องนอนและห้องน้ำ ทั้งหมดจะมีประตูให้สามาถเข้า-ออกได้ เรียกว่าบ้านหลังนี้มีประตูถึง 5 บานเลยทีเดียว เรียกว่าเหมาะกับครอบครัวที่ต้องการบ้านที่เป็นสัดส่วนและเป็นส่วนตัวในเวลาเดียวกัน จะว่าไปแบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์นหลังนี้ ให้ความรู้สึกกับรูปแบบของบ้านพักรีสอร์ทหรูอย่างไม่มีผิดเพี้ยนเลย

เชื่อว่า 3 แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์นข้างต้น น่าจะช่วยเร่งเร้าให้คนตัดสินใจซื้อบ้านหรือสร้างบ้านได้เป็นอย่างดี เพราะเรียกว่าทั้งเก๋ไก๋ด้านการออกแบบและความลงตัวของการจัดวางสัดส่วนพื้นที่ใช้สอย

Tags:

0 Comments

Leave a Comment